วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562

Learning media 2

15/08/2540

 บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2 

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.

                                      


ความรู้ที่ได้รับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vocabulary

👉 Parent     พ่อแม่  ผู้ปกครอง

👉 Education     การศึกษา
👉 Early Childhood    เด็กปฐมวัย
👉 Parent Education for Early Childhood  การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
👉 Is a good example of children  การเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก
👉 Attentiveness   ความใจใส่
👉 Intimacy   ความใกล้ชิด
👉 Family relationship  สายสัมพันธ์ในครอบครัว
👉 Accept emotions and feelings of children    ยอมรับอารมณ์และความรู้สึกของลูก



เนื้อหาที่เรียน

ความหมายของผู้ปกครอง

Summers Della,1998 กล่าวว่า ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อหรือแม่ของบุคคล 

Encyclopedia,2000 อธิบายไว้ว่า ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นพ่อหรือผู้ที่เป็นแม่ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ 

1. ผู้ปกครองโดยสายเลือด 

2. ผู้ปกครองโดยสังคม

พรรณิดา สันติพงษ์ (2526) ได้อธิบายว่า ผู้ปกครอง หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับเด็ก โดยอยู่ร่วมกันในครอบครัวเดียวกันและมีส่วนในการอบรมสั่งสอน และเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก 

จินตนา ปัณฑวงศ์ (2531) ได้อธิบายว่า ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ หรือบุคคลอื่น อาจจะเป็นญาติมิตรหรือผู้อื่น ซึ่งพ่อแม่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่อบรมเลี้ยงดูตลอดจนให้การศึกษาแก่เด็ก

สรุปได้ว่า ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นบิดา มารดา หรือบุคคลอื่นที่ให้การอบรมเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในการดูแล ดังนั้นในการกล่าวถึงผู้ปกครองจึงมีความหมายรวมถึงบุคคลที่เป็นพ่อและแม่ด้วย

ความสำคัญของผู้ปกครอง

Lee Center and Marlene Center,1992 ได้กล่าวไว้ว่า ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุดต่อชีวิตของเด็ก ความรักและความอบอุ่นจากผู้ปกครองเป็นความต้องการของเด็กทุกคน ผู้ปกครองจึงเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ของเด็ก 

Pestalozzi ได้กล่าวถึง ความสำคัญของพ่อแม่ ผู้ปกครองว่า ความรักของพ่อแม่เป็นพลังสำคัญในการเจริญเติบโตของเด็ก ความรักที่ประกอบด้วยเหตุผลและความมุ่งมั่นที่จะปลูกฝังสิ่งที่ดีงามให้แก่เด็กเป็นบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

ฉันทนา ภาคบงกช (2531) กล่าวว่า ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่สำคัญในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เพราะเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดสามารถที่จะตองสนองความต้องการพื้นฐานของเด็ก ได้แก่ ความต้องการในการดำรงชีวิต ความต้องการความรักความอบอุ่น นอกจากนี้เด็กยังได้อิทธิพลจากสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว เด็กจะมีพัฒนาการทางบุคลิกภาพอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดูจากบ้านเป็นสำคัญ คุณภาพของเด็กมีผลมาจากการอบรมเลี้ยงดูของผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

บทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครอง

ภารกิจของพ่อแม่ ผู้ปกครอง คือ การอบรมเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา บทบาทของพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็กมี 3 ประการ คือ 

1. เป็นผู้ให้การเลี้ยงดูเพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายและใจที่ดีให้กับเด็ก 

2. เป็นผู้ให้การศึกษาเบื้องต้น 

3. เป็นผู้ส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา

บทบาทและหน้าที่ด้านการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้

การศึกษา ทำความเข้าใจและแสวงหาประสบการณ์ว่าเด็กในแต่ละวันมีพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างไร พ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้ลูกได้อย่างถูกวิธี ดังนี้ 

1. ช่วยจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่โรงเรียน 

2. ส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงให้มาก 

3. สนทนาให้ความเป็นกันเองกับเด็ก ป้อนคำถามให้เด็กได้คิดหาคำตอบ 

4. ชมเชยเมื่อเด็กทำความดี ทำได้ถูกต้อง ในขณะที่ทำผิดก็ต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจให้ถูกต้องก่อนที่เด็กจะจำวิธีการผิดๆ ไปใช้ 

5. ให้เด็กมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ช่วยเหลืองานในบ้านที่เหมาะสมกับวัย

6. ให้อิสระแก่เด็กบ้างในบางโอกาส

7. สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดปัญญา

8. คอยติดตามการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก โดยไม่เข้มงวดกวดขันจนเกินไป

9. ติดต่อกับครูของเด็กเพื่อรับทราบปัญหาและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้

บทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการศึกษา

การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มนุษย์กับการศึกษาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันตลอดชีวิต พ่อแม่ ผู้ปกครองถือเป็นบุคคลแรกที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่เด็กในแนวทางที่เหมาะสมและช่วยส่งเสริมการศึกษาให้แก่เด็กดังนี้

1. ความอุทิศตน ในการมีเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่

2. มีจุดมุ่งหมายสูงส่งเพื่อลูก

3. ช่างสังเกตถี่ถ้วน

4. ใช้สามัญสำนึกในการเลี้ยงลูก

5. ปลูกฝังวินัย ความเป็นไทย

สรุปบทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง 10 ประการ

1. ให้ความรักและสายสัมพันธ์ในครอบครัว 

2. ให้ความเอาใจใส่และเอื้ออาทรต่อลูก 

3. ทำตนให้เป็นแบบที่ดีแก่ลูก 

4. ให้ประสบการณ์การเรียนรู้ในสังคมเกี่ยวกับการปฏิบัติตน 

5. ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้เป็นไปตามวัย 

6. ให้หลักธรรมในการพัฒนาเด็กด้วยหลักไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) 

7. ส่งเสริมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย 

8. ศึกษาการเจริญเติบโตของเด็ก 

9. เอาใจใส่ดูแลสุขภาพ 

10. สนับสนุนเตรียมความพร้อมก่อนสู่สังคม



คำถามท้ายบท

1.) ในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  นักศึกษาคิดว่าบทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครองที่มีต่อเด็กปฐมวัยมีอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย
ตอบ    บทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างมาก  เพราะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและต้องปรับตัวเข้ากับสังคมปัจจุบันในการเลี้ยงลูกในแบบใหม่และต้องมีความเข้าใจและความต้องการของลูกเป็นอย่างดี แต่ต้องเหมาะสมและอยู่ในขอบเขตที่จำกัด ไม่บังคับลูกจนเกินไป ให้อิสระกับลูกอย่างเต็มที่  สอนให้รู้จักความดีความชั่วตั้งแต่เด็ก ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กแต่ยังเล็ก จะทำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต


2.) จงอธิบายวิธีแนวทางที่ผู้ปกครองสามารถใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย  อารมณ์-จิตใจ  สังคมและสติปัญญาให้แก่เด็กปฐมวัย
ตอบ    2.1 ด้านร่างกาย    พ่อแม่ต้องดูแลในการจัดเตรียมอาหารที่ดีครบ 5 หมู่ให้กับเด็กรับประทาน เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย   การดูแลความสะอาดการเข้าห้องน้ำ  การแต่งตัว  และ การพาลูกออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง
           2.2 ด้านอารมณ์-จิตใจ  สิ่งสำคัญ คือ พ่อแม่ต้องมีอารมณ์ที่ดีใจเย็นกับลูก  จะทำให้เด็กซึมซับให้เป็นคนที่มีอารมณ์ดีจากพ่อแม่ได้เป็นอย่างมาก    ทำกิจกรรมร่วมกับลูก เช่น  การร้องเพลง   การเล่นดนตรี    การเล่นกับลูกด้วยการที่ทำให้ลูกหัวเราะ
           2.3 ด้านสังคม    การพาลูกไปพบปะผู้คนนอกบ้านบ่อยๆ   ให้ลูกเล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างเป็นประจำ    การให้ลูกพูดคุยกับผู้คนบ้างเป็นบางทีที่เหมาะสม
           2.4 ด้านสติปัญญา   พ่อแม่ต้องมีเวลาให้กับลูกในการสอนการบ้านลูก   การพูดคุยถาม-ตอบในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับลูก  สนับสนุนในสิ่งที่ลูกต้องการเรียนรู้อย่างเต็มที่


3.) การฝึกให้เด็กเป็นคนดี  คนขยัน  คนฉลาด  ผู้ปกครองควรปฏิบัติอย่างไร
ตอบ    3.1 ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การใฝ่หาความรู้ให้ลูกได้เห็นก่อนเป็นอันดับแรก
            3.2 เริ่มสอนในสิ่งที่ง่ายๆใกล้ตัวเด็กในเรื่องที่ดี  เช่น  การให้ลูกฝึกช่วยเหลือตนเอง   การฝึกคิดแก้ไขปัญหาในเรื่องง่ายๆ   การถาม-ตอบกับลูกในสิ่งที่ลูกสงสัยอย่างเป็นประจำ
            3.3 การพาลูกไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้เห็นโลกภายนอก   เช่น  การพาเข้าวัดทำบุญ    การไปเที่ยวสถานที่ธรรมชาติต่างๆ   เช่น   สวนสัตว์   สวนสาธารณะ   ทะเล 


4.) ปัญหาที่เป็นอุปสรรคของผู้ปกครองที่มีผลกระทบต่อเด็กปฐมวัย คือ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใด  จงอธิบาย
ตอบ     4.1 การที่ผู้ปกครองไม่มีเวลาให้กับลูก
             4.2 การที่ผู้ปกครองไม่มีความรู้ในการเลี้ยงลูกที่ถูกวิธี
             4.3 สภาพครอบครัวที่อาจมีปัญหา  ไม่พร้อมต่อการมีบุตร
             4.4 สภาพแวดล้อมในชุมชนที่ไม่ดี

ประเมินตนเอง

      เข้าเรียนตรงต่อเวลา  ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์ได้บรรยายเนื้อหาให้ความรู้และจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างดีค่ะ

ประเมินเพื่อน

      เพื่อนๆบางคนก็ตั้งใจเรียน  บางคนก็เล่นโทรศัพท์ ขณะที่อาจารย์บรรยายเนื้อหาในการเรียนค่ะ

ประเมินอาจารย์

      อาจารย์ได้อธิบายและยกตัวอย่างในเรื่อง หลักเบื้องต้นในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากค่ะ
 รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Learning media 4


 บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4 
 

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.

 

👇ความรู้ที่ได้รับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vocabulary

 

 

1.One-Way  Communication              การสื่อสารทางเดียว
2.Two-Way  Communication              การสื่อสารสองทาง
3.Verbal  Communication                   การสื่อสารเชิงวัจนะภาษา
4.Non-Verbal  Communication           การสื่อสารเชิงอวัจนะภาษา       
5.Personal    Communication              การสื่อสารส่วนบุคคล
6.Intrapersonal  Communication         การสื่อสารระหว่างบุคคล 
7.Mass  Communication                      การสื่อสารมวลชน
8.Channel                                              ช่องทางการสื่อสาร
9.Clarity  of  audience                          ความสามารถของผู้รับสาร
10.Clearly                                              ความชัดเจน

1.ความหมายของการสื่อสาร
        การสื่อสาร  (Communication)  หมายถึง  กระบวนการส่งข่าวสารข้อมูลจากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับสาร  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา  โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ

2.ความสำคัญของการสื่อสาร
       2.1 ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
       2.2 ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
       2.3 ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
       2.4 ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
       2.5 ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต

3.รูปแบบของการสื่อสาร
     
       3.1 รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล  (Aristotle's Model  Communication )
                
ผู้พูด-------คำพูด-------ผู้ฟัง
       
       3.2 รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล   (Lasswell's Model  Communication)

       ผู้ส่งสาร---สาร---สื่อ---ผู้รับสาร---ผล

       3.3 รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์  (Shannon & Model of  Communication)
                               
                แหล่งสารสารสนเทศ---ตัวถ่ายทอด---สาร---ผู้รับสารหรือเครื่องรับ---ผู้รับสารปลายทาง

       3.4 รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์  (C.E Osgood and Willbur Schramm's)

                         สาร---เข้ารหัส---ตีความ---ถอดรหัส---สาร---ถอดรหัส---ตีความ---เข้ารหัส

       3.5 รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล  (Berlo's Model of Communication)
                   
                                   S (ผู้ส่งสาร) --- M (สาร) --- C (ช่องทาง) --- R (ผู้รับสาร)

4.องค์ประกอบของการสื่อสาร
       4.1 ผู้ส่งข่าวสาร        (Sender)
       4.2 ข้อมูลข่าวสาร    (Message)
       4.3 สื่อในช่องทางการสื่อสาร     (Media)
       4.4 ผู้รับข่าวสาร       (Receivers)
       4.5 ความเข้าใจและการตอบสนอง

5.ผู้ส่งสารและผู้รับสาร
       5.1 ผู้จัดกับผู้ชม
       5.2 ผู้พูดกับผู้ฟัง
       5.3 ผู้ถามกับผู้ตอบ
       5.4 คนแสดงกับคนดู
       5.5 นักเขียนกับนักอ่าน
       5.6 ผู้อ่านข่าวกับคนฟังข่าว
       5.7 คนเล่านิทานกับคนฟังนิทาน

6.สื่อ
         ใช้วิธีพูด-เขียน  หรือการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ  เช่น  ใช้รูปภาพ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ

7.สาร
        เรื่องราวที่รับรู้ร่วมกันในข้อเท็จจริง  ข้อแนะนำ  การล้อเลียน  ความปรารถนาดี  ความห่วงใย  มนุษย์จะแสดงออกมาให้เป็นที่รับรู้ได้  จะเกิดขึ้นตามกาลเทศะและสภาพแวดล้อมต่างๆในสังคม

8.วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
       8.1 เพื่อแจ้งให้ทราบ
       8.2 เพื่อความบันเทิงใจ
       8.3 เพื่อชักจูงใจ

9.ประเภทของการสื่อสาร
      9.1 จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร   แบ่งเป็น 2 ประเภท  ดังนี้
1.การสื่อสารทางเดียว  เช่น  การสื่อสารผ่านสื่อ   วิทยุ   โทรทัศน์ 
2.การสื่อสารสองทาง   เช่น  การพูดคุยกัน  การพบปะ
      9.2 จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก    แบ่งเป็น  2  ประเภท   ดังนี้
1.การสื่อสารเชิงวัจนะ   เป็นการใช้คำพูด
2.การสื่อสารเชิงอวัจนะ  เป็นการใช้ภาษาท่าทาง  การแสดงออกทางสีหน้า   สายตา
      9.3 จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร   แบ่งเป็น  3  ประเภท  ดังนี้
1.การสื่อสารส่วนบุคคล   
2.การสื่อสารระหว่างบุคคล
3.การสื่อสารมวลชน
   ( การสื่อสารสาธารณะ   การสื่อสารในครอบครัว   การสื่อสารในโรงเรียน และการสื่อสารในวงสังคมทั่วไป)

10.ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีประเด็นสำคัญ    ดังนี้
       10.1 เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
       10.2 เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
       10.3 เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

11.ปัจจัย 7 ประการเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
       11.1 ความพร้อม                                                                             
       11.2 ความต้องการ                                     
       11.3 อารมณ์และการปรับตัว                                           
       11.4 การจูงใจ
       11.5 การเสริมแรง                                 
       11.6 ทัศนคติและความสนใจ
       11.7 ความถนัด

12.อุปสรรคที่สำคัญของการสื่อสาร
      12.1 ผู้ข่าวสารขาดทักษะในการสื่อสารที่ดี  เช่น การใช้ภาษาที่ยากแก่การเข้าใจหรือไม่เหมาะแก่ผู้รับ
     12.2 ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป
     12.3 ผู้ส่งหรือผู้รับมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น

13. 7C  กับการสื่อสารที่ดี
     13.1 Credibility   ความน่าเชื่อถือ
     13.2 Content    เนื้อหาสาระ
     13.3 Clearly     ความชัดเจน
     13.4 Context    ความเหมาะสมกับโอกาส
     13.5 Channel   ช่องทางการสื่อสาร
     13.6 Continuity  consistency   ความต่อเนื่องและแน่นอน
     13.7 Clarity  of  audience     ความสามารถของผู้รับสาร

14.คุณธรรมที่สำคัญในการสื่อสาร
     14.1 ความสัจจะและไม่ล่วงละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน
     14.2 ความรัก  ความเคารพและความปรารถนาดีต่อกัน
     14.3 ความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนพูดหรือกระทำ
     14.4 เป็นกิริยาวาจาที่เรียบร้อยถูกต้องตามคตินิยม

15.วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง
     15.1 ศึกษาและพยายามทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
     15.2 พยายามเรียนรู้ความต้องการของเขา และหาแนวทางตอบสนองตามความเหมาะสม
     15.3 พูดคุย พบปะกับผู้ปกครองในโอกาสต่างๆ
     15.4 หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ปกครอง
     15.5 เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม
 คำถามท้ายบท

1.)จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
ตอบ  การสื่อสาร   คือ  กระบวนการส่งข่าวสารหรือข้อมูล จากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา  
         ความสำคัญของการสื่อสาร     เป็นการทำให้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เกิดความเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งทำให้เกิดมิตรภาพที่อบอุ่นทั้งทางกายและใจ

2.)การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร
ตอบ   2.1 เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจตรงกันในเรื่องต่างๆอย่างสมานฉันท์  
           2.2  เพื่อชักจูงใจให้ผู้ปกครองเกิดความร่วมมือในการปฏิบัติตนทีดี
           2.3  เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีและรักษามิตรภาพที่ดีระหว่างผู้ปกครองกับคุณครู

3.)รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ   รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล    ได้แก่    ผู้พูด-------คำพูด-------ผู้ฟัง
เพราะเป็นรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมในสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและคุณครู ในการพูดคุยปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับตัวเด็ก  เช่น   การปรึกษาการไม่รับประทานอาหารของเด็ก   การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการเรียน

4.)ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ   4.1 เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาการเด็ก
           4.2 เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีสมานฉันท์
           4.3 มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
           4.4 เรียนรู้ได้ดีจาการฝึกปฏิบัติ
           4.5 เรียนรู้ได้ดีในบรรยายกาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
           4.6 ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
           4.7 เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

5.)ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก  ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
ตอบ    5.1 ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจที่จะเรียนรู้
            5.2 ความต้องการ  เช่น ต้องการให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง  มีการศึกษาที่ดี
            5.3 อารมณ์และการปรับตัว    เช่น  ดีใจ  พอใจ   โกรธ  เสียใจ
            5.4 การจูงใจ    เช่น  ต้องการรู้เพื่อพัฒนาลูก  ต้องการรู้เพื่อให้ลูกเป็นคนดี
            5.5 การเสริมแรง  เช่น  คำชมเชย  รางวัล ให้ลูกมีกำลังใจ
            5.6 ทัศนคติและความสนใจ  เช่น  จัดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ทำให้ผู้ปกครองพอใจและสนุกกับการเรียนรู้
            5.7 ความถนัด   ความสามารถในการทำกิจกรรมให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
            
💓ภาพและกิจกรรมการเล่นเกมการสื่อการ 💓



 
 
 
💕 วิดีการทำกิจกรรมและเล่นเกมแต่ละกลุ่ม💕

 ประเมินตนเอง
       
         มาเรียนตรงต่อเวลา  การแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์ได้พูดและจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญอย่างตั้งใจค่ะ

ประเมินเพื่อน
   
        เพื่อนๆส่วนมากมารอเรียนก่อนเวลา  ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์พูดเป็นอย่างดีค่ะ

ประเมินอาจารย์
     
         อาจารย์ชี้แจงรายละเอียดเนื้อหาในรายวิชาอย่างชัดดีค่ะ


 รูปภาพที่เกี่ยวข้อง